Skip to content
Skip to content
StepUp Marketing Technology

ความสำเร็จของท่าน คือ ความสำเร็จของเรา

StepUp Marketing Technology

ความสำเร็จของท่าน คือ ความสำเร็จของเรา

  • หน้าแรก
  • บริการ
    • 👥 Social media specialist
    • 📊SEM Specialist
    • 🚦SEO Specialist
    • 🏷️Analytics & Tracking
    • 🏠Website Designer Ui
    • 👩‍🎨Graphic Designer
    • 🖊️Content Writer
    • 🎥Video Editor
    • 💞Account Executive (AE)
    • 🎬KOLs Manager
  • ประเภทธุรกิจ
  • เกี่ยวกับเรา
  • ร่วมงานกับเรา
    • 1.Social Marketing
    • 2.SEM Marketing and research Specialist
    • 3.SEO Specialist
    • 4.Programer Frontend Developer
    • 5.Website Designer Ui
    • 6.Graphic Designer and Ui Designer
    • 7.Video Editor
    • 8.Content Writer & Content Creator
    • 9. Account Executive
    • 10. Sales Executive
    • 11.HR Manager
    • 12. Accounting Manager
    • 13.Digital Marketing Manager
    • 14.KOLs Manager
  • Contact Us
    • Privacy Policy (นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูล)
    • Cookies Policy (นโยบายการใช้คุกกี้)
  • BLOG

เกี่ยวกับเว็บนี้

เราเป็น Digital Agency ที่ช่วยธุรกิจ SME และองค์กรขนาดใหญ่ วางแผน ออกแบบ และควบคุมงบประมาณการตลาดดิจิทัลให้คุ้มค่าที่สุด

เราไม่ได้มุ่งแค่เพิ่มยอดขาย แต่ช่วยให้ธุรกิจ ใช้เงินการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเติบโตอย่างเป็นระบบ

ค้นหาเรา

ที่อยู่
บริษัท สเต็ป-อัพ มาร์เก็ตติ้ง เทคโนโลยี จำกัด
25 อาคารอัลม่า ลิงค์ชั้น 17 ซอยชิดลม ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี
เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

ชั่วโมง
วันจันทร์—ศุกร์: 8:00–17:00 น.

  • หน้าแรก
  • บริการ
    • 👥 Social media specialist
    • 📊SEM Specialist
    • 🚦SEO Specialist
    • 🏷️Analytics & Tracking
    • 🏠Website Designer Ui
    • 👩‍🎨Graphic Designer
    • 🖊️Content Writer
    • 🎥Video Editor
    • 💞Account Executive (AE)
    • 🎬KOLs Manager
  • ประเภทธุรกิจ
  • เกี่ยวกับเรา
  • ร่วมงานกับเรา
    • 1.Social Marketing
    • 2.SEM Marketing and research Specialist
    • 3.SEO Specialist
    • 4.Programer Frontend Developer
    • 5.Website Designer Ui
    • 6.Graphic Designer and Ui Designer
    • 7.Video Editor
    • 8.Content Writer & Content Creator
    • 9. Account Executive
    • 10. Sales Executive
    • 11.HR Manager
    • 12. Accounting Manager
    • 13.Digital Marketing Manager
    • 14.KOLs Manager
  • Contact Us
    • Privacy Policy (นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูล)
    • Cookies Policy (นโยบายการใช้คุกกี้)
  • BLOG
Download CV
Close

Search

StepUp Marketing Technology

ความสำเร็จของท่าน คือ ความสำเร็จของเรา

StepUp Marketing Technology

ความสำเร็จของท่าน คือ ความสำเร็จของเรา

  • หน้าแรก
  • บริการ
    • 👥 Social media specialist
    • 📊SEM Specialist
    • 🚦SEO Specialist
    • 🏷️Analytics & Tracking
    • 🏠Website Designer Ui
    • 👩‍🎨Graphic Designer
    • 🖊️Content Writer
    • 🎥Video Editor
    • 💞Account Executive (AE)
    • 🎬KOLs Manager
  • ประเภทธุรกิจ
  • เกี่ยวกับเรา
  • ร่วมงานกับเรา
    • 1.Social Marketing
    • 2.SEM Marketing and research Specialist
    • 3.SEO Specialist
    • 4.Programer Frontend Developer
    • 5.Website Designer Ui
    • 6.Graphic Designer and Ui Designer
    • 7.Video Editor
    • 8.Content Writer & Content Creator
    • 9. Account Executive
    • 10. Sales Executive
    • 11.HR Manager
    • 12. Accounting Manager
    • 13.Digital Marketing Manager
    • 14.KOLs Manager
  • Contact Us
    • Privacy Policy (นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูล)
    • Cookies Policy (นโยบายการใช้คุกกี้)
  • BLOG
  • หน้าแรก
  • บริการ
    • 👥 Social media specialist
    • 📊SEM Specialist
    • 🚦SEO Specialist
    • 🏷️Analytics & Tracking
    • 🏠Website Designer Ui
    • 👩‍🎨Graphic Designer
    • 🖊️Content Writer
    • 🎥Video Editor
    • 💞Account Executive (AE)
    • 🎬KOLs Manager
  • ประเภทธุรกิจ
  • เกี่ยวกับเรา
  • ร่วมงานกับเรา
    • 1.Social Marketing
    • 2.SEM Marketing and research Specialist
    • 3.SEO Specialist
    • 4.Programer Frontend Developer
    • 5.Website Designer Ui
    • 6.Graphic Designer and Ui Designer
    • 7.Video Editor
    • 8.Content Writer & Content Creator
    • 9. Account Executive
    • 10. Sales Executive
    • 11.HR Manager
    • 12. Accounting Manager
    • 13.Digital Marketing Manager
    • 14.KOLs Manager
  • Contact Us
    • Privacy Policy (นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูล)
    • Cookies Policy (นโยบายการใช้คุกกี้)
  • BLOG
BLOGMain

การบริหารทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาบุคลากรของซุนกวน

By Dewii
กันยายน 4, 2026 2 Min Read
0


เมื่อกล่าวถึงผู้นำในสามก๊ก โจโฉมักได้รับการยกย่องเรื่องความเด็ดขาดและการใช้คนตามความสามารถ ส่วนเล่าปี่โดดเด่นด้านการสร้างความไว้วางใจและดึงดูดผู้มีความสามารถให้เข้าร่วม แต่ ซุนกวน มีจุดแข็งอีกแบบหนึ่ง คือความสามารถในการรับช่วงองค์กร รักษาคนเก่าที่มีประสบการณ์ เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ และสร้างระบบผู้นำที่ช่วยให้ง่อก๊กดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง

ซุนกวนไม่ได้สร้างฐานอำนาจขึ้นมาจากศูนย์เหมือนเล่าปี่ และไม่ได้ควบคุมพื้นที่กว้างใหญ่เท่าโจโฉในช่วงแรก เขารับช่วงการปกครองกังตั๋งต่อจากซุนเซ็ก ขณะมีอายุเพียงประมาณ 18 ปี พร้อมกับปัญหาสำคัญหลายด้าน ได้แก่ ความไม่มั่นคงทางการเมือง อำนาจของตระกูลท้องถิ่น ภัยคุกคามจากขุนศึกภายนอก และคำถามว่าข้าราชการเก่าจะยอมรับผู้นำหนุ่มหรือไม่

สิ่งที่ซุนกวนต้องทำจึงไม่ใช่เพียงบัญชาการกองทัพ แต่ต้องบริหาร “มรดกบุคลากร” ที่ได้รับมา และสร้างคนรุ่นต่อไปให้เพียงพอสำหรับการรักษาอำนาจในระยะยาว

หมายเหตุ: เนื้อหาเกี่ยวกับซุนกวนที่คนไทยคุ้นเคยมีทั้งส่วนที่มาจากบันทึกประวัติศาสตร์และวรรณกรรมสามก๊ก บทความนี้มุ่งวิเคราะห์แนวทางการบริหารคนและเชื่อมโยงกับหลักการบริหารองค์กรสมัยใหม่


ซุนกวนรับช่วงองค์กรในวันที่ผู้นำคนเดิมจากไปอย่างกะทันหัน

ฐานอำนาจของตระกูลซุนไม่ได้เริ่มต้นจากซุนกวน ซุนเกี๋ยนผู้เป็นบิดาเป็นผู้สร้างชื่อเสียงทางทหาร ส่วนซุนเซ็กผู้เป็นพี่ชายสามารถรวบรวมดินแดนในกังตั๋งได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ซุนเซ็กเสียชีวิตขณะมีอายุยังน้อย ทำให้ซุนกวนต้องขึ้นรับตำแหน่งท่ามกลางความไม่แน่นอน

ปัญหาใหญ่ของผู้สืบทอดกิจการไม่ใช่เพียงการมีความสามารถเพียงพอหรือไม่ แต่คือการทำให้บุคลากรเดิมยอมรับว่า ผู้นำคนใหม่มีสิทธิและมีศักยภาพที่จะนำองค์กรต่อไปได้

ซุนกวนจึงต้องรักษาสมดุลระหว่างสามสิ่ง ได้แก่

  • รักษาทีมงานเดิมที่สร้างฐานอำนาจร่วมกับซุนเซ็ก

  • สร้างความน่าเชื่อถือในฐานะผู้นำคนใหม่

  • เตรียมบุคลากรรุ่นใหม่สำหรับการขยายอำนาจในอนาคต

การจัดการช่วงเปลี่ยนผ่านนี้เป็นหนึ่งในความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของเขา เพราะหากคนเก่าแตกแยกหรือตระกูลท้องถิ่นก่อการต่อต้าน ฐานอำนาจกังตั๋งอาจล่มสลายก่อนที่จะพัฒนาเป็นง่อก๊ก


1. รักษาคนเก่าที่มีความรู้และประสบการณ์

เมื่อขึ้นรับตำแหน่ง ซุนกวนไม่ได้รีบเปลี่ยนทีมงานทั้งหมดเพื่อแสดงอำนาจของตน แต่ยังคงพึ่งพาบุคลากรสำคัญที่เคยรับใช้ซุนเซ็ก โดยเฉพาะ เตียวเจียว และ จิวยี่

เตียวเจียวเป็นขุนนางอาวุโส มีบทบาทด้านการบริหาร การรักษาความมั่นคงภายใน และการสร้างความต่อเนื่องของรัฐบาล ส่วนจิวยี่เป็นแม่ทัพคนสำคัญซึ่งมีความสามารถด้านการทหารและได้รับความไว้วางใจจากตระกูลซุนมาอย่างยาวนาน

การรักษาคนเหล่านี้ไว้ทำให้ซุนกวนได้รับประโยชน์หลายด้าน ได้แก่

  • ความรู้เกี่ยวกับระบบการปกครองเดิม

  • ความสัมพันธ์กับขุนนางและตระกูลท้องถิ่น

  • ประสบการณ์ในการรับมือกับภัยคุกคาม

  • ความน่าเชื่อถือที่ถ่ายทอดจากรัฐบาลเดิม

  • ความต่อเนื่องในการบัญชาการกองทัพ

นี่คือหลักการสำคัญของ Succession Management หรือการบริหารการสืบทอดตำแหน่ง ผู้นำคนใหม่ไม่จำเป็นต้องลบทุกอย่างที่ผู้นำคนเดิมสร้างไว้ แต่ควรพิจารณาว่าสิ่งใดควรรักษา สิ่งใดควรปรับปรุง และบุคลากรคนใดคือผู้ถือครองความรู้สำคัญขององค์กร


2. ให้เกียรติผู้อาวุโส แต่ไม่ปล่อยให้คนเก่าตัดสินใจแทนทั้งหมด

ซุนกวนให้ความสำคัญกับขุนนางอาวุโส แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของพวกเขาทุกครั้ง ตัวอย่างสำคัญเกิดขึ้นก่อนศึกผาแดง เมื่อฝ่ายหนึ่งเสนอให้ยอมจำนนต่อโจโฉ เพราะเห็นว่ากองทัพจากภาคเหนือมีกำลังเหนือกว่าอย่างมาก

ซุนกวนรับฟังความเห็นดังกล่าว แต่สุดท้ายเลือกสนับสนุนแนวทางต่อสู้ตามการวิเคราะห์ของจิวยี่และโลซก

เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าการเคารพบุคลากรที่มีอายุงานสูงไม่ได้หมายความว่าผู้นำต้องยกอำนาจตัดสินใจทั้งหมดให้คนเก่า ผู้นำควรรับฟังประสบการณ์ ขณะเดียวกันต้องพิจารณาข้อมูลใหม่และมุมมองของบุคลากรรุ่นอื่นด้วย

องค์กรที่ให้คนอาวุโสมีอำนาจเด็ดขาดอาจไม่สามารถปรับตัวได้ แต่อดทนฟังเฉพาะคนรุ่นใหม่ก็อาจสูญเสียความรู้และบทเรียนที่สะสมมานาน ซุนกวนจึงพยายามวางตัวเป็นศูนย์กลางระหว่างสองกลุ่ม


3. เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่พิสูจน์ความสามารถ

จุดเด่นอย่างหนึ่งของซุนกวนคือการกล้ามอบหมายงานสำคัญให้บุคลากรรุ่นใหม่ หากเห็นว่าบุคคลนั้นมีศักยภาพเพียงพอ

ตัวอย่างชัดเจนคือ ลกซุน ซึ่งไม่ได้มีชื่อเสียงในระดับเดียวกับแม่ทัพอาวุโสในช่วงแรก แต่ได้รับโอกาสให้รับผิดชอบภารกิจสำคัญมากขึ้น จนกลายเป็นผู้บัญชาการหลักในศึกอิเหลง

ในเวลานั้น แม่ทัพอาวุโสบางส่วนอาจตั้งคำถามต่อสถานะและประสบการณ์ของลกซุน แต่ซุนกวนยังคงสนับสนุนและมอบอำนาจที่จำเป็นให้เขา

การแต่งตั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกคนเก่ง แต่เป็นการแสดงให้ทั้งองค์กรเห็นว่า ตำแหน่งสำคัญสามารถมอบให้บุคคลที่มีความสามารถได้ แม้ยังมีอายุไม่มากหรือไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้อาวุโสที่สุด

สำหรับองค์กรสมัยใหม่ นี่คือแนวคิดของการสร้าง Talent Pipeline หรือสายการพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพ เพื่อไม่ให้องค์กรต้องพึ่งพาคนเก่งเพียงรุ่นเดียว


4. มอบอำนาจตามความเชี่ยวชาญ

ซุนกวนไม่ได้พยายามควบคุมรายละเอียดทางการทหารทุกเรื่องด้วยตนเอง เขาเข้าใจว่าหน้าที่ของผู้นำสูงสุดคือเลือกผู้รับผิดชอบที่เหมาะสม กำหนดเป้าหมาย และสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็น

ในศึกผาแดง ซุนกวนมอบอำนาจด้านการบัญชาการแก่จิวยี่ ส่วนในศึกอิเหลงก็มอบความรับผิดชอบสำคัญแก่ลกซุน

แม่ทัพทั้งสองมีรูปแบบการทำงานแตกต่างกัน แต่ได้รับพื้นที่ให้ตัดสินใจตามสถานการณ์ในสนามรบ

การมอบอำนาจที่แท้จริงต้องประกอบด้วยสามส่วน ได้แก่

  1. มอบหน้าที่อย่างชัดเจน

  2. ให้อำนาจตัดสินใจที่สอดคล้องกับหน้าที่

  3. สนับสนุนผู้รับผิดชอบเมื่อต้องเผชิญแรงต้านภายใน

หากผู้นำมอบหมายงานแต่ยังแทรกแซงทุกขั้นตอน ผู้ใต้บังคับบัญชาจะมีเพียงความรับผิดชอบแต่ไม่มีอำนาจเพียงพอที่จะสร้างผลงาน


5. ประเมินคนจากความเหมาะสมกับสถานการณ์

ซุนกวนไม่ได้มองหาผู้นำที่มีคุณสมบัติเหมือนกันทั้งหมด แต่ใช้บุคลากรตามลักษณะของภารกิจ

  • เตียวเจียว เหมาะกับการบริหารภายในและสร้างเสถียรภาพ

  • จิวยี่ เหมาะกับการบัญชาการสงครามขนาดใหญ่และการตัดสินใจเด็ดขาด

  • โลซก มีความสามารถด้านยุทธศาสตร์และการทูต

  • ลิบอง พัฒนาจากแม่ทัพนักรบไปสู่ผู้บัญชาการที่มีแผนการรอบคอบ

  • ลกซุน มีความอดทน วิเคราะห์คู่ต่อสู้เก่ง และเหมาะกับสงครามที่ต้องรอจังหวะ

  • จูกัดกิ๋น มีบทบาทด้านการทูตและความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ

แนวทางนี้สะท้อนหลัก Right Person, Right Role, Right Time หรือการใช้คนให้เหมาะกับงานและจังหวะเวลา

คนที่มีความสามารถสูงไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกภารกิจ การบริหารทรัพยากรมนุษย์จึงไม่ควรพิจารณาเฉพาะว่าใครเก่งที่สุด แต่ต้องพิจารณาว่าใครเหมาะสมที่สุดกับปัญหาที่องค์กรกำลังเผชิญ


6. ส่งเสริมให้แม่ทัพพัฒนาตนเอง

กรณีของ ลิบอง เป็นตัวอย่างสำคัญของการพัฒนาบุคลากรในง่อก๊ก ลิบองเริ่มต้นจากนักรบที่มีความกล้าหาญและประสบการณ์ในสนามรบ แต่ยังขาดความรู้ด้านตำรา การบริหาร และยุทธศาสตร์ที่เป็นระบบ

ซุนกวนแนะนำให้ลิบองศึกษาเพิ่มเติม ไม่ได้ต้องการให้เขากลายเป็นนักวิชาการ แต่ต้องการให้มีความรู้เพียงพอสำหรับการวิเคราะห์สถานการณ์และรับผิดชอบงานระดับสูง

ลิบองจึงศึกษาด้วยตนเองจนมีความรู้และมุมมองกว้างขึ้น กระทั่งโลซกยังประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงของเขา เหตุการณ์นี้เป็นที่มาของแนวคิดว่า บุคคลไม่ควรถูกประเมินจากความสามารถในอดีตเพียงอย่างเดียว เพราะผู้ที่ตั้งใจเรียนรู้สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างมาก

การพัฒนาลิบองสะท้อนหลักการสำคัญว่า

การฝึกอบรมที่ดีไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพิ่มความรู้ แต่ต้องเตรียมบุคลากรให้พร้อมรับผิดชอบงานที่ใหญ่ขึ้น

ซุนกวนมองเห็นศักยภาพของลิบอง แล้วเชื่อมการเรียนรู้เข้ากับเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ จึงทำให้การพัฒนาตนเองมีเป้าหมายชัดเจน


7. สร้างผู้นำต่อเนื่องหลายรุ่น

จุดแข็งของง่อก๊กคือสามารถสร้างผู้บัญชาการคนใหม่ขึ้นมาทดแทนคนเดิมได้หลายครั้ง

ลำดับผู้นำทางทหารที่โดดเด่น ได้แก่

จิวยี่ → โลซก → ลิบอง → ลกซุน

บุคคลเหล่านี้ไม่ได้มีบุคลิกหรือความสามารถเหมือนกันทั้งหมด แต่แต่ละคนได้รับโอกาสรับผิดชอบภารกิจตามสถานการณ์ของรัฐ

  • จิวยี่นำทัพรับมือโจโฉในศึกผาแดง

  • โลซกดูแลยุทธศาสตร์พันธมิตรและความสัมพันธ์กับเล่าปี่

  • ลิบองรับผิดชอบปัญหาเกงจิ๋วและเอาชนะกวนอู

  • ลกซุนรับมือการรุกรานของเล่าปี่ในศึกอิเหลง

การที่องค์กรมีผู้นำเก่งเพียงคนเดียวอาจสร้างผลงานระยะสั้น แต่การมีระบบที่สร้างผู้นำทดแทนได้จะช่วยให้องค์กรอยู่รอดในระยะยาว

ซุนกวนจึงโดดเด่นไม่เพียงเพราะใช้คนเก่ง แต่เพราะสามารถรักษาความต่อเนื่องของตำแหน่งสำคัญได้หลังจากบุคลากรรุ่นก่อนเสียชีวิตหรือพ้นจากหน้าที่


8. ใช้ทั้งความไว้วางใจและการตรวจสอบ

ซุนกวนสามารถสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ใต้บังคับบัญชา ให้เกียรติ และแสดงความไว้วางใจอย่างชัดเจน แต่การบริหารของเขาไม่ได้อาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวเพียงอย่างเดียว

การปกครองพื้นที่กังตั๋งจำเป็นต้องควบคุมทั้งกองทัพ ขุนนางจากภายนอก และตระกูลท้องถิ่นที่มีอำนาจ หากไว้วางใจโดยไม่มีการตรวจสอบ อาจเกิดการสะสมกำลังและการแบ่งแยกอำนาจได้

ซุนกวนจึงต้องสร้างสมดุลระหว่าง

  • การให้แม่ทัพมีอำนาจเพียงพอในการปฏิบัติงาน

  • การรักษาอำนาจตัดสินใจสูงสุดไว้ที่ส่วนกลาง

  • การสร้างความสัมพันธ์กับตระกูลท้องถิ่น

  • การป้องกันไม่ให้กลุ่มใดมีอำนาจเหนือรัฐบาล

นี่เป็นโจทย์เดียวกับองค์กรสมัยใหม่ที่ต้องการให้แต่ละแผนกทำงานคล่องตัว แต่ยังต้องมีระบบรายงาน เป้าหมาย ตัวชี้วัด และการกำกับดูแลที่ชัดเจน


9. บริหารความหลากหลายของบุคลากร

ทีมงานของซุนกวนไม่ได้มาจากกลุ่มเดียวกันทั้งหมด บางคนเป็นผู้ติดตามเก่าของตระกูลซุน บางคนมาจากตระกูลใหญ่ในกังตั๋ง และบางคนเป็นผู้มีความสามารถจากต่างถิ่น

แต่ละกลุ่มมีความสนใจและฐานอำนาจแตกต่างกัน หากซุนกวนสนับสนุนฝ่ายใดมากเกินไป อีกฝ่ายอาจรู้สึกถูกลดบทบาทและกลายเป็นแรงต่อต้าน

เขาจึงต้องผสมผสานบุคลากรหลายกลุ่มเข้าไว้ในรัฐบาลเดียวกัน พร้อมกระจายตำแหน่ง ความรับผิดชอบ และผลประโยชน์ให้เกิดสมดุล

ความหลากหลายทำให้องค์กรเข้าถึงความรู้ เครือข่าย และมุมมองได้มากขึ้น แต่หากไม่มีเป้าหมายร่วมก็อาจกลายเป็นความขัดแย้งภายใน ดังนั้น หน้าที่ของผู้นำไม่ใช่ลบความแตกต่าง แต่คือทำให้ความแตกต่างเหล่านั้นสนับสนุนความมั่นคงขององค์กร


10. รับฟังคำคัดค้านและเปิดพื้นที่ให้ถกเถียง

ข้าราชการของง่อก๊กหลายคนกล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างจากซุนกวน บางครั้งการโต้แย้งอาจรุนแรง แต่การมีพื้นที่สำหรับคำคัดค้านทำให้ผู้นำได้รับข้อมูลจากหลายมุม

ก่อนศึกผาแดง ซุนกวนต้องฟังทั้งฝ่ายที่เสนอให้ยอมจำนนและฝ่ายที่ต้องการต่อสู้ เขาไม่ได้ตัดสินใจจากความกล้าหาญเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาทั้งกำลังของตน จุดอ่อนของโจโฉ ภูมิประเทศ และความเป็นไปได้ของพันธมิตรกับเล่าปี่

วัฒนธรรมการถกเถียงช่วยลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจด้วยข้อมูลด้านเดียว แต่จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อผู้นำสามารถยุติการถกเถียงและประกาศทิศทางที่ชัดเจนได้

การรับฟังจึงไม่ใช่ความลังเล ผู้นำสามารถเปิดรับความคิดเห็นอย่างกว้างขวางก่อนตัดสินใจ และสนับสนุนให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามมติหลังจากตัดสินใจแล้ว


11. ให้รางวัล การยอมรับ และสถานะแก่ผู้สร้างผลงาน

บุคลากรไม่ได้ต้องการเพียงทรัพย์สิน แต่ยังต้องการการยอมรับ ความไว้วางใจ และโอกาสได้รับผิดชอบงานที่มีความหมาย

ซุนกวนรักษาความภักดีของผู้ใต้บังคับบัญชาผ่านการมอบตำแหน่ง เกียรติยศ และอำนาจตามผลงาน การยอมรับจากผู้นำช่วยให้แม่ทัพและขุนนางเห็นว่า ความสามารถของตนมีคุณค่าต่อองค์กร

การให้รางวัลที่มีประสิทธิภาพควรประกอบด้วยทั้ง

  • ค่าตอบแทนและผลประโยชน์

  • ตำแหน่งและความก้าวหน้า

  • การประกาศยอมรับผลงาน

  • อำนาจตัดสินใจ

  • โอกาสรับผิดชอบภารกิจสำคัญ

หากองค์กรให้เพียงคำชมแต่ไม่มีโอกาสก้าวหน้า คนเก่งอาจย้ายไปที่อื่น แต่หากให้เพียงตำแหน่งโดยไม่แสดงความไว้วางใจ บุคลากรก็อาจไม่มีแรงจูงใจที่จะทุ่มเทอย่างเต็มที่


12. รู้จักรักษาความสัมพันธ์ระยะยาว

ซุนกวนสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ยาวนานกับบุคลากรหลายคน เขาไม่ได้มองผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับภารกิจเฉพาะหน้า แต่สร้างสายสัมพันธ์ผ่านการให้เกียรติ การสนทนา และการดูแลสถานะของบุคคลในทีม

ความสัมพันธ์ระยะยาวทำให้เกิดความรู้ร่วมที่ไม่ต้องอธิบายใหม่ทุกครั้ง บุคลากรเข้าใจแนวคิดของผู้นำ รู้วิธีประสานงาน และสามารถรับมือกับวิกฤตได้รวดเร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดต้องอยู่คู่กับมาตรฐานองค์กร มิฉะนั้นอาจเปลี่ยนเป็นระบบพรรคพวกหรือการให้สิทธิพิเศษแก่คนใกล้ชิด

จุดแข็งของซุนกวนในช่วงแรกคือการรักษาความสัมพันธ์พร้อมกับใช้คนตามบทบาท แต่ในช่วงปลายชีวิต สมดุลนี้เริ่มเสื่อมลงจากปัญหาการสืบทอดอำนาจ


รูปแบบการพัฒนาบุคลากรของซุนกวน

แนวทางของซุนกวนสามารถสรุปเป็นกระบวนการพัฒนาคนได้ดังนี้

ขั้นตอนแนวทางของซุนกวนการประยุกต์ใช้ในองค์กร
ค้นหาศักยภาพมองความสามารถที่ยังไม่ถูกใช้เต็มที่ประเมินศักยภาพนอกเหนือจากผลงานปัจจุบัน
กำหนดช่องว่างพิจารณาว่าบุคลากรยังขาดความรู้อะไรทำ Skill Gap Analysis
ส่งเสริมการเรียนรู้แนะนำให้ศึกษาความรู้ที่จำเป็นจัดอบรม Mentoring และ Self-learning
มอบหมายงานให้รับผิดชอบภารกิจที่ท้าทายขึ้นใช้ Stretch Assignment
ให้อำนาจเปิดพื้นที่ให้ตัดสินใจตามความเชี่ยวชาญกำหนด Decision Rights ให้ชัดเจน
สนับสนุนปกป้องผู้รับผิดชอบจากแรงต้านที่ไม่เป็นธรรมให้ผู้บริหารเป็น Sponsor
ประเมินผลงานดูผลลัพธ์จากสถานการณ์จริงวัดทั้งผลลัพธ์และสมรรถนะ
เตรียมผู้สืบทอดเลื่อนคนที่พร้อมเข้าสู่บทบาทสำคัญจัดทำ Succession Plan


จุดแข็งด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของซุนกวน

หากสรุปในภาพรวม ซุนกวนมีจุดแข็งสำคัญในการบริหารคนดังนี้

  1. รักษาบุคลากรเดิมหลังการเปลี่ยนผู้นำ

  2. เคารพประสบการณ์แต่ไม่ยึดติดกับระบบอาวุโส

  3. เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่รับผิดชอบงานใหญ่

  4. มอบอำนาจให้ผู้เชี่ยวชาญตัดสินใจ

  5. ใช้คนให้เหมาะกับลักษณะของภารกิจ

  6. ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง

  7. สร้างผู้นำทดแทนได้หลายรุ่น

  8. ผสมผสานคนเก่า คนใหม่ และตระกูลท้องถิ่น

  9. เปิดรับความเห็นที่แตกต่างก่อนตัดสินใจ

  10. ให้ตำแหน่งและการยอมรับตามผลงาน


จุดอ่อนของซุนกวน: เมื่อการบริหารคนถูกทำลายด้วยการเมืองเรื่องผู้สืบทอด

แม้ซุนกวนจะบริหารบุคลากรได้ดีในช่วงสร้างและรักษาฐานอำนาจ แต่ช่วงปลายชีวิตกลับเกิดความผิดพลาดร้ายแรงจากปัญหาการแต่งตั้งรัชทายาท

ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายสนับสนุนซุนโฮและฝ่ายสนับสนุนซุนป้าทำให้ขุนนางแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่ในราชวงศ์ แต่ขยายไปสู่ระบบราชการและตระกูลใหญ่ในง่อก๊ก

แทนที่ซุนกวนจะกำหนดอำนาจและลำดับการสืบทอดให้ชัดเจน เขากลับปล่อยให้การแข่งขันดำเนินอยู่นานเกินไป ส่งผลให้บุคลากรที่มีความสามารถหลายคนถูกลงโทษ ปลดออกจากตำแหน่ง หรือเสียชีวิต

ลกซุนซึ่งเคยเป็นหนึ่งในบุคลากรที่สำคัญที่สุดของรัฐก็ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งดังกล่าว เมื่อเขาแสดงความคิดเห็นเรื่องการสืบทอดอำนาจ ซุนกวนกลับตำหนิและกดดันจนความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำกับขุนนางคนสำคัญเสียหาย

เหตุการณ์นี้ให้บทเรียนว่า ผู้นำคนเดียวกันอาจบริหารคนได้ดีในช่วงหนึ่ง แต่ทำลายระบบที่ตนสร้างขึ้นได้ หากปล่อยให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวและการเมืองภายในอยู่เหนือหลักเกณฑ์องค์กร


เปรียบเทียบแนวทางบริหารคนของโจโฉ เล่าปี่ และซุนกวน

ผู้นำจุดเด่นด้านการบริหารคนความเสี่ยงสำคัญ
โจโฉคัดเลือกคนตามความสามารถ ให้รางวัลตามผลงาน และใช้กฎระเบียบชัดเจนความเข้มงวดและความระแวงอาจสร้างความกลัว
เล่าปี่สร้างความไว้วางใจ ความภักดี และความผูกพันทางอุดมการณ์ความสัมพันธ์ส่วนตัวอาจอยู่เหนือเหตุผล
ซุนกวนรักษาคนเก่า พัฒนาคนรุ่นใหม่ และสร้างผู้นำหลายรุ่นการเมืองเรื่องผู้สืบทอดอาจทำให้ทีมแบ่งฝ่าย

โจโฉมีลักษณะคล้ายผู้นำที่สร้างองค์กรด้วยระบบและผลงาน เล่าปี่สร้างองค์กรด้วยความสัมพันธ์และเรื่องราวร่วม ส่วนซุนกวนมีลักษณะคล้ายผู้นำรุ่นที่สอง ซึ่งต้องรักษามรดกเดิมและพัฒนาองค์กรให้ดำรงอยู่ต่อไป


บทเรียนสำหรับการบริหารองค์กรสมัยใหม่

อย่าเปลี่ยนทีมทั้งหมดเมื่อมีผู้นำคนใหม่

บุคลากรเดิมถือครองความรู้ ความสัมพันธ์ และประสบการณ์ที่ไม่สามารถทดแทนได้ทันที ผู้บริหารคนใหม่ควรประเมินคนตามความสามารถ ไม่ใช่ปลดออกเพียงเพราะเป็นทีมของผู้นำคนก่อน

พัฒนาคนก่อนที่ตำแหน่งจะว่าง

การรอให้ผู้บริหารลาออกก่อนเริ่มหาผู้สืบทอดทำให้องค์กรเสี่ยงต่อภาวะขาดผู้นำ ควรค้นหา Talent ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้วให้การอบรม ประสบการณ์ และภารกิจที่ท้าทายอย่างต่อเนื่อง

ให้โอกาสต้องมาพร้อมอำนาจ

หากองค์กรแต่งตั้งคนรุ่นใหม่ให้รับผิดชอบโครงการ แต่ยังให้ผู้บริหารอาวุโสควบคุมทุกการตัดสินใจ บุคลากรรุ่นใหม่จะไม่สามารถพิสูจน์ตนเองหรือพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำได้อย่างแท้จริง

การเรียนรู้ควรเชื่อมกับเส้นทางความก้าวหน้า

กรณีของลิบองแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาคนมีประสิทธิภาพเมื่อบุคลากรรู้ว่า ความรู้ใหม่จะช่วยให้ตนรับผิดชอบงานระดับใดในอนาคต

องค์กรจึงควรออกแบบการฝึกอบรมให้เชื่อมโยงกับ Career Path และ Succession Plan ไม่ใช่จัดอบรมเพียงเพื่อให้ครบจำนวนชั่วโมง

ต้องป้องกันการแข่งขันภายในที่ทำลายองค์กร

การแข่งขันสามารถกระตุ้นผลงานได้ แต่หากพนักงานต้องสร้างผลงานด้วยการทำลายชื่อเสียงของเพื่อนร่วมงาน องค์กรจะสูญเสียความร่วมมือและข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจ

ผู้นำต้องกำหนดบทบาท อำนาจ และเกณฑ์การเลื่อนตำแหน่งให้ชัดเจน เพื่อลดการแบ่งฝ่ายและการเมืองภายใน


สรุป: ซุนกวนไม่ได้เพียงใช้คนเก่ง แต่สร้างระบบให้คนเก่งเติบโตและทดแทนกันได้

จุดเด่นของซุนกวนในด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ คือความสามารถในการรักษาความต่อเนื่องระหว่างคนหลายรุ่น เขารักษาขุนนางอาวุโสที่มีประสบการณ์ เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ส่งเสริมให้แม่ทัพพัฒนาความรู้ และกล้ามอบหมายภารกิจสำคัญให้ผู้ที่เหมาะสม

ความสำเร็จของจิวยี่ โลซก ลิบอง และลกซุนแสดงให้เห็นว่า ง่อก๊กไม่ได้พึ่งพาผู้นำทางทหารเพียงคนเดียว แต่สามารถสร้างบุคลากรขึ้นมารับช่วงต่อกันได้หลายรุ่น

อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดในช่วงปลายชีวิตของซุนกวนก็เตือนว่า ระบบพัฒนาคนจะสูญเสียความน่าเชื่อถือทันที หากผู้นำปล่อยให้ความสัมพันธ์ส่วนตัว การแบ่งฝ่าย และการสืบทอดอำนาจอยู่เหนือกติกาขององค์กร

บทเรียนสำคัญจากซุนกวนจึงสรุปได้ว่า

การบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ดีไม่ใช่เพียงการค้นหาคนเก่ง แต่คือการรักษาคนที่มีคุณค่า พัฒนาคนที่มีศักยภาพ มอบอำนาจให้เหมาะสม และสร้างระบบที่ทำให้องค์กรมีผู้นำรุ่นต่อไปอย่างต่อเนื่อง

Tags:

Eastern WuRight Person Right JobSuccession PlanningSun QuanTalent ManagementTalent Pipelineกลยุทธ์การใช้คนของซุนกวนการบริหาร Talentการบริหารคนของซุนกวนการบริหารคนต่างรุ่นการบริหารง่อก๊กการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของซุนกวนการบริหารทีมงานการพัฒนาคนในองค์กรการพัฒนาบุคลากรของซุนกวนการพัฒนาภาวะผู้นำการมอบอำนาจการรักษาคนเก่งการวางแผนผู้สืบทอดการสร้างผู้นำรุ่นใหม่การเลือกคนให้เหมาะกับงานคุณสมบัติผู้นำของซุนกวนง่อก๊กจิวยี่ซุนกวนบทเรียนจากสามก๊กบทเรียนธุรกิจจากสามก๊กภาวะผู้นำของซุนกวนลกซุนลิบองเตียวเจียวโลซก
Author

Dewii

Follow Me
Other Articles
Previous

เล่าปี่ทุนและทรัพยากรน้อย สร้างตัวขึ้นมาเป็นผู้นำก๊กได้อย่างไร

Next

จุดอ่อนในการบริหารของขงเบ้ง

No Comment! Be the first one.

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เกี่ยวกับเว็บนี้

เราเป็น Digital Agency ที่ช่วยธุรกิจ SME และองค์กรขนาดใหญ่ วางแผน ออกแบบ และควบคุมงบประมาณการตลาดดิจิทัลให้คุ้มค่าที่สุด

เราไม่ได้มุ่งแค่เพิ่มยอดขาย แต่ช่วยให้ธุรกิจ ใช้เงินการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเติบโตอย่างเป็นระบบ

ค้นหา

ค้นหาเรา

ที่อยู่
บริษัท สเต็ป-อัพ มาร์เก็ตติ้ง เทคโนโลยี จำกัด
25 อาคารอัลม่า ลิงค์ชั้น 17 ซอยชิดลม ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี
เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

ชั่วโมงทำการ
วันจันทร์—ศุกร์: 8:00–17:00 น.

เกี่ยวกับเว็บนี้

  • เราเป็น Digital Agency ที่ช่วยธุรกิจ SME และองค์กรขนาดใหญ่ วางแผน ออกแบบ และควบคุมงบประมาณการตลาดดิจิทัลให้คุ้มค่าที่สุด
  • เราไม่ได้มุ่งแค่เพิ่มยอดขาย แต่ช่วยให้ธุรกิจ ใช้เงินการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเติบโตอย่างเป็นระบบ

บริษัท สเต็ป-อัพ มาร์เก็ตติ้ง เทคโนโลยี จำกัด 25 อาคารอัลม่า ลิงค์ชั้น 17 ซอยชิดลม ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

StepUp Marketing Technology
จัดการการอนุญาตใช้งาน Cookies

เว็บไซต์ stepupmartech.com มีการใช้งานเทคโนโลยีคุกกี้ หรือ เทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับคุกกี้ บนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษา นโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ก่อนใช้บริการเว็บไซต์ ได้ที่ลิงค์ด้านล่าง

คุกกี้ที่จำเป็น Always active
คุกกี้ที่จำเป็นต่อการใช้งานเว็บไซต์ หากขาดคุกกี้ประเภทนี้ เว็บไซต์จะไม่สามารถใช้งานได้อย่างปกติ
Preferences
The technical storage or access is necessary for the legitimate purpose of storing preferences that are not requested by the subscriber or user.
คุกกี้เก็บสถิติ
The technical storage or access that is used exclusively for statistical purposes. คุกกี้ที่ใช้เก็บสถิติการเข้าใช้บริการเว็บไซต์
คุกกี้ทางการตลาดออนไลน์
คุกกี้ที่ใช้ในการตลาดออนไลน์ ใช้เพื่อนำเสนอข้อมูลทางการตลาดให้เหมาะสมเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น
  • Manage options
  • Manage services
  • Manage {vendor_count} vendors
  • Read more about these purposes
ดูรายละเอียด
  • {title}
  • {title}
  • {title}