Skip to content
Skip to content
StepUp Marketing Technology

ความสำเร็จของท่าน คือ ความสำเร็จของเรา

StepUp Marketing Technology

ความสำเร็จของท่าน คือ ความสำเร็จของเรา

  • หน้าแรก
  • บริการ
    • 👥 Social media specialist
    • 📊SEM Specialist
    • 🚦SEO Specialist
    • 🏷️Analytics & Tracking
    • 🏠Website Designer Ui
    • 👩‍🎨Graphic Designer
    • 🖊️Content Writer
    • 🎥Video Editor
    • 💞Account Executive (AE)
    • 🎬KOLs Manager
  • ประเภทธุรกิจ
  • เกี่ยวกับเรา
  • ร่วมงานกับเรา
    • 1.Social Marketing
    • 2.SEM Marketing and research Specialist
    • 3.SEO Specialist
    • 4.Programer Frontend Developer
    • 5.Website Designer Ui
    • 6.Graphic Designer and Ui Designer
    • 7.Video Editor
    • 8.Content Writer & Content Creator
    • 9. Account Executive
    • 10. Sales Executive
    • 11.HR Manager
    • 12. Accounting Manager
    • 13.Digital Marketing Manager
    • 14.KOLs Manager
  • Contact Us
    • Privacy Policy (นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูล)
    • Cookies Policy (นโยบายการใช้คุกกี้)
  • BLOG

เกี่ยวกับเว็บนี้

เราเป็น Digital Agency ที่ช่วยธุรกิจ SME และองค์กรขนาดใหญ่ วางแผน ออกแบบ และควบคุมงบประมาณการตลาดดิจิทัลให้คุ้มค่าที่สุด

เราไม่ได้มุ่งแค่เพิ่มยอดขาย แต่ช่วยให้ธุรกิจ ใช้เงินการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเติบโตอย่างเป็นระบบ

ค้นหาเรา

ที่อยู่
บริษัท สเต็ป-อัพ มาร์เก็ตติ้ง เทคโนโลยี จำกัด
25 อาคารอัลม่า ลิงค์ชั้น 17 ซอยชิดลม ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี
เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

ชั่วโมง
วันจันทร์—ศุกร์: 8:00–17:00 น.

  • หน้าแรก
  • บริการ
    • 👥 Social media specialist
    • 📊SEM Specialist
    • 🚦SEO Specialist
    • 🏷️Analytics & Tracking
    • 🏠Website Designer Ui
    • 👩‍🎨Graphic Designer
    • 🖊️Content Writer
    • 🎥Video Editor
    • 💞Account Executive (AE)
    • 🎬KOLs Manager
  • ประเภทธุรกิจ
  • เกี่ยวกับเรา
  • ร่วมงานกับเรา
    • 1.Social Marketing
    • 2.SEM Marketing and research Specialist
    • 3.SEO Specialist
    • 4.Programer Frontend Developer
    • 5.Website Designer Ui
    • 6.Graphic Designer and Ui Designer
    • 7.Video Editor
    • 8.Content Writer & Content Creator
    • 9. Account Executive
    • 10. Sales Executive
    • 11.HR Manager
    • 12. Accounting Manager
    • 13.Digital Marketing Manager
    • 14.KOLs Manager
  • Contact Us
    • Privacy Policy (นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูล)
    • Cookies Policy (นโยบายการใช้คุกกี้)
  • BLOG
Download CV
Close

Search

StepUp Marketing Technology

ความสำเร็จของท่าน คือ ความสำเร็จของเรา

StepUp Marketing Technology

ความสำเร็จของท่าน คือ ความสำเร็จของเรา

  • หน้าแรก
  • บริการ
    • 👥 Social media specialist
    • 📊SEM Specialist
    • 🚦SEO Specialist
    • 🏷️Analytics & Tracking
    • 🏠Website Designer Ui
    • 👩‍🎨Graphic Designer
    • 🖊️Content Writer
    • 🎥Video Editor
    • 💞Account Executive (AE)
    • 🎬KOLs Manager
  • ประเภทธุรกิจ
  • เกี่ยวกับเรา
  • ร่วมงานกับเรา
    • 1.Social Marketing
    • 2.SEM Marketing and research Specialist
    • 3.SEO Specialist
    • 4.Programer Frontend Developer
    • 5.Website Designer Ui
    • 6.Graphic Designer and Ui Designer
    • 7.Video Editor
    • 8.Content Writer & Content Creator
    • 9. Account Executive
    • 10. Sales Executive
    • 11.HR Manager
    • 12. Accounting Manager
    • 13.Digital Marketing Manager
    • 14.KOLs Manager
  • Contact Us
    • Privacy Policy (นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูล)
    • Cookies Policy (นโยบายการใช้คุกกี้)
  • BLOG
  • หน้าแรก
  • บริการ
    • 👥 Social media specialist
    • 📊SEM Specialist
    • 🚦SEO Specialist
    • 🏷️Analytics & Tracking
    • 🏠Website Designer Ui
    • 👩‍🎨Graphic Designer
    • 🖊️Content Writer
    • 🎥Video Editor
    • 💞Account Executive (AE)
    • 🎬KOLs Manager
  • ประเภทธุรกิจ
  • เกี่ยวกับเรา
  • ร่วมงานกับเรา
    • 1.Social Marketing
    • 2.SEM Marketing and research Specialist
    • 3.SEO Specialist
    • 4.Programer Frontend Developer
    • 5.Website Designer Ui
    • 6.Graphic Designer and Ui Designer
    • 7.Video Editor
    • 8.Content Writer & Content Creator
    • 9. Account Executive
    • 10. Sales Executive
    • 11.HR Manager
    • 12. Accounting Manager
    • 13.Digital Marketing Manager
    • 14.KOLs Manager
  • Contact Us
    • Privacy Policy (นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูล)
    • Cookies Policy (นโยบายการใช้คุกกี้)
  • BLOG
BLOG

10 วิธีลดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย

By Dewii
สิงหาคม 31, 2026 2 Min Read
0

ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายเป็นสองหน่วยงานสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อรายได้และการเติบโตของธุรกิจ ฝ่ายการตลาดมีหน้าที่สร้างการรับรู้ ดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย และสร้างโอกาสทางการขาย ขณะที่ฝ่ายขายทำหน้าที่เปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้กลายเป็นลูกค้าและรายได้ แม้ทั้งสองฝ่ายจะมีเป้าหมายปลายทางเดียวกัน แต่ในหลายองค์กรกลับเกิดความขัดแย้งอยู่เสมอ เช่น ฝ่ายขายมองว่าลูกค้าเป้าหมายที่ได้รับไม่มีคุณภาพ ส่วนฝ่ายการตลาดมองว่าฝ่ายขายติดตามลูกค้าไม่รวดเร็วหรือใช้ข้อมูลที่เตรียมไว้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

หากองค์กรสามารถลดความขัดแย้งและทำให้ทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ จะช่วยเพิ่มคุณภาพของลูกค้าเป้าหมาย ลดต้นทุนการตลาด เพิ่มอัตราการปิดการขาย และทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงมากขึ้น

ต่อไปนี้คือ 10 วิธีลดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับธุรกิจหลากหลายอุตสาหกรรม

 

1. กำหนดเป้าหมายทางธุรกิจร่วมกัน

สาเหตุสำคัญของความขัดแย้งเกิดจากการที่แต่ละฝ่ายมีเป้าหมายแตกต่างกัน ฝ่ายการตลาดอาจให้ความสำคัญกับจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ การมีส่วนร่วมบนโซเชียลมีเดีย หรือจำนวน Lead ขณะที่ฝ่ายขายให้ความสำคัญกับยอดขาย จำนวนลูกค้าใหม่ และมูลค่าของสัญญา

องค์กรจึงควรกำหนดเป้าหมายร่วมกัน เช่น

  • จำนวนลูกค้าเป้าหมายที่มีคุณภาพ

  • อัตราการเปลี่ยน Lead เป็นลูกค้า

  • รายได้จากแคมเปญการตลาด

  • ต้นทุนต่อการได้มาซึ่งลูกค้า

  • ระยะเวลาเฉลี่ยในการปิดการขาย

  • อัตราการซื้อซ้ำของลูกค้า

เมื่อทั้งสองฝ่ายมองเห็นเป้าหมายเดียวกัน การทำงานจะเปลี่ยนจากการแข่งขันระหว่างแผนกมาเป็นการช่วยกันสร้างรายได้ให้บริษัท

 

2. สร้างคำนิยามของ Lead ที่ตรงกัน

คำว่า “ลูกค้าเป้าหมายที่มีคุณภาพ” อาจมีความหมายแตกต่างกันสำหรับแต่ละฝ่าย ฝ่ายการตลาดอาจมองว่าผู้ที่กรอกแบบฟอร์มคือ Lead ที่ควรส่งให้ฝ่ายขาย แต่ฝ่ายขายอาจพิจารณาว่าบุคคลนั้นยังไม่มีงบประมาณ ไม่มีอำนาจตัดสินใจ หรือยังไม่พร้อมซื้อ

ทั้งสองฝ่ายจึงควรร่วมกันกำหนดคุณสมบัติของ Lead ให้ชัดเจน เช่น

  • อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่บริษัทให้บริการ

  • มีปัญหาหรือความต้องการที่ผลิตภัณฑ์สามารถแก้ไขได้

  • มีงบประมาณเบื้องต้น

  • เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจหรือมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

  • มีกรอบเวลาในการซื้อ

  • มีพฤติกรรมแสดงความสนใจอย่างต่อเนื่อง

การสร้างเกณฑ์ Marketing Qualified Lead หรือ MQL และ Sales Qualified Lead หรือ SQL จะช่วยลดการส่งต่อลูกค้าที่ไม่มีคุณภาพ และทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจมาตรฐานเดียวกัน

 

3. จัดประชุมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ

ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายไม่ควรประชุมร่วมกันเฉพาะเวลาที่เกิดปัญหา แต่ควรมีการประชุมตามรอบอย่างสม่ำเสมอ เช่น รายสัปดาห์ รายสองสัปดาห์ หรือรายเดือน

หัวข้อในการประชุมควรประกอบด้วย

  • ผลลัพธ์ของแคมเปญที่ผ่านมา

  • จำนวนและคุณภาพของ Lead

  • ข้อเสนอแนะจากฝ่ายขาย

  • คำถามหรือข้อกังวลของลูกค้า

  • สาเหตุที่ทำให้ปิดการขายไม่ได้

  • แนวโน้มและความต้องการของตลาด

  • แผนการตลาดและโปรโมชั่นในรอบถัดไป

การประชุมควรเน้นข้อมูล การแก้ปัญหา และการพัฒนากระบวนการ ไม่ควรกลายเป็นพื้นที่สำหรับกล่าวโทษว่าแผนกใดทำงานผิดพลาด

 

4. ใช้ข้อมูลลูกค้าชุดเดียวกัน

อีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยคือฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายจัดเก็บข้อมูลแยกกัน ทำให้ข้อมูลซ้ำซ้อน ไม่ครบถ้วน หรือไม่เป็นปัจจุบัน

องค์กรควรใช้ระบบ CRM หรือฐานข้อมูลกลางเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถตรวจสอบข้อมูลเดียวกัน เช่น

  • แหล่งที่มาของ Lead

  • แคมเปญที่ลูกค้าเคยเห็น

  • หน้าที่ลูกค้าเข้าชมบนเว็บไซต์

  • ประวัติการติดต่อ

  • สถานะใน Sales Pipeline

  • ข้อเสนอที่เคยนำเสนอ

  • สาเหตุที่ลูกค้าปฏิเสธ

  • มูลค่าการขายและระยะเวลาปิดการขาย

เมื่อข้อมูลเชื่อมโยงกัน ฝ่ายการตลาดจะเข้าใจว่าช่องทางใดสร้างลูกค้าที่มีคุณภาพ ส่วนฝ่ายขายจะมีข้อมูลเพียงพอสำหรับเริ่มต้นการสนทนาอย่างเหมาะสม

 

5. กำหนดกระบวนการส่งต่อ Lead ให้ชัดเจน

การส่งต่อ Lead ที่ไม่มีขั้นตอนชัดเจนอาจทำให้ลูกค้าถูกติดต่อช้า ข้อมูลตกหล่น หรือไม่มีผู้รับผิดชอบโดยตรง

องค์กรควรกำหนดกระบวนการส่งต่อ Lead อย่างเป็นระบบ โดยระบุว่า

  • Lead แบบใดต้องส่งให้ฝ่ายขาย

  • ส่งผ่านระบบหรือช่องทางใด

  • ใครเป็นผู้รับผิดชอบ

  • ฝ่ายขายต้องติดต่อลูกค้าภายในระยะเวลาเท่าใด

  • ต้องติดตามลูกค้ากี่ครั้ง

  • หากลูกค้ายังไม่พร้อมซื้อจะส่งกลับให้ฝ่ายการตลาดอย่างไร

ตัวอย่างเช่น เมื่อ Lead ผ่านเกณฑ์ SQL ฝ่ายขายต้องติดต่อภายใน 2–4 ชั่วโมงในเวลาทำการ และบันทึกผลการติดต่อในระบบ CRM ทุกครั้ง วิธีนี้จะช่วยลดการสูญเสียโอกาสทางการขายและลดข้อโต้แย้งเรื่องความรับผิดชอบ

 

6. เปิดโอกาสให้ฝ่ายขายมีส่วนร่วมในการวางแผนการตลาด

ฝ่ายขายเป็นทีมที่พูดคุยกับลูกค้าโดยตรง จึงมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับปัญหา ความต้องการ คำถาม ข้อคัดค้าน และพฤติกรรมการตัดสินใจของลูกค้า

ฝ่ายการตลาดควรนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการสร้าง

  • บทความให้ความรู้

  • โฆษณาออนไลน์

  • Landing Page

  • Sales Presentation

  • กรณีศึกษา

  • วิดีโอแนะนำผลิตภัณฑ์

  • คู่มือเปรียบเทียบสินค้า

  • เนื้อหาตอบข้อกังวลก่อนตัดสินใจ

เมื่อฝ่ายขายมีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนวางแผน เนื้อหาการตลาดจะตรงกับสถานการณ์จริงมากขึ้น และฝ่ายขายจะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ ไม่ใช่เพียงผู้รับ Lead ในขั้นตอนสุดท้าย

 

7. ให้ฝ่ายการตลาดเข้าใจกระบวนการขายจริง

ฝ่ายการตลาดไม่ควรประเมินผลจากจำนวน Lead เพียงอย่างเดียว แต่ควรเข้าใจกระบวนการตั้งแต่ลูกค้าเริ่มสนใจจนถึงการตัดสินใจซื้อ

ทีมการตลาดสามารถเรียนรู้กระบวนการขายผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น

  • เข้าร่วมฟังการสนทนากับลูกค้า

  • สังเกตการนำเสนอขาย

  • ศึกษาบันทึกการประชุม

  • อ่านคำถามและข้อคัดค้านจากลูกค้า

  • วิเคราะห์เหตุผลที่ปิดการขายได้หรือไม่ได้

  • พูดคุยกับทีมบริการลูกค้า

ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ฝ่ายการตลาดสร้างแคมเปญที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการสร้างการรับรู้ แต่สามารถสนับสนุนลูกค้าตลอด Customer Journey และเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อ

 

8. สร้างข้อตกลงการทำงานระหว่างสองฝ่าย

องค์กรสามารถจัดทำ Service Level Agreement หรือ SLA ระหว่างฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย เพื่อกำหนดมาตรฐานการทำงานและความรับผิดชอบร่วมกัน

ตัวอย่างข้อตกลง ได้แก่

ฝ่ายการตลาดรับผิดชอบ

  • สร้าง Lead ตามจำนวนและคุณภาพที่กำหนด

  • บันทึกแหล่งที่มาและข้อมูลสำคัญของ Lead

  • จัดเตรียมเนื้อหาและเครื่องมือสนับสนุนการขาย

  • วิเคราะห์ผลลัพธ์ของแต่ละช่องทางการตลาด

ฝ่ายขายรับผิดชอบ

  • ติดต่อ Lead ภายในเวลาที่กำหนด

  • บันทึกสถานะและผลการติดตามในระบบ

  • แจ้งเหตุผลเมื่อ Lead ไม่ผ่านคุณสมบัติ

  • ส่งข้อเสนอแนะจากลูกค้ากลับไปยังฝ่ายการตลาด

ข้อตกลงที่ชัดเจนจะช่วยลดความคลุมเครือ ทำให้ประเมินปัญหาได้จากกระบวนการจริง และลดการกล่าวโทษกันด้วยความคิดเห็นส่วนบุคคล

 

9. วัดผลจากรายได้และคุณภาพ ไม่ใช่เพียงปริมาณ

การวัดผลจากจำนวน Lead เพียงอย่างเดียวอาจทำให้ฝ่ายการตลาดเน้นสร้างปริมาณมากกว่าคุณภาพ แม้จะมีผู้สนใจจำนวนมาก แต่หากไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง ฝ่ายขายก็ต้องเสียเวลาโดยไม่จำเป็น

องค์กรควรพิจารณาตัวชี้วัดร่วมกัน เช่น

  • Lead-to-Customer Conversion Rate

  • Cost per Qualified Lead

  • Customer Acquisition Cost

  • มูลค่ารายได้ต่อแคมเปญ

  • อัตราการปิดการขาย

  • มูลค่าตลอดอายุของลูกค้า

  • ระยะเวลาเฉลี่ยของ Sales Cycle

  • ผลตอบแทนจากงบประมาณการตลาด

ตัวชี้วัดเหล่านี้จะช่วยให้ฝ่ายการตลาดเห็นความเชื่อมโยงระหว่างแคมเปญกับรายได้ และทำให้ฝ่ายขายเข้าใจคุณค่าของกิจกรรมทางการตลาดมากขึ้น

 

10. สร้างวัฒนธรรมการแก้ปัญหาโดยไม่กล่าวโทษกัน

เครื่องมือและระบบที่ดีอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หากองค์กรยังมีวัฒนธรรมการทำงานแบบแบ่งฝ่ายหรือกล่าวโทษกันเมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ผู้บริหารควรส่งเสริมวัฒนธรรมที่มองว่าปัญหาคือสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไข เช่น

  • ใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

  • แยกปัญหาออกจากตัวบุคคล

  • เปิดรับความคิดเห็นจากหน้างาน

  • ให้เครดิตกับความสำเร็จร่วมกัน

  • ทบทวนกระบวนการหลังจบแคมเปญ

  • ทดลองแนวทางใหม่และเรียนรู้จากผลลัพธ์

  • หลีกเลี่ยงการแข่งขันที่ทำลายความร่วมมือ

เมื่อทีมรู้สึกปลอดภัยที่จะรายงานปัญหา องค์กรจะสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดได้รวดเร็วกว่าเดิม และพัฒนากระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง

 

สาเหตุที่ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายขัดแย้งกัน

ความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายมักไม่ได้เกิดจากบุคลิกของพนักงานเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากโครงสร้างการทำงานที่ไม่ชัดเจน เช่น

  • ใช้เป้าหมายและ KPI คนละชุด

  • ไม่มีนิยาม Lead ที่เป็นมาตรฐาน

  • ข้อมูลลูกค้าไม่เชื่อมโยงกัน

  • ไม่มีผู้รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอน

  • ฝ่ายขายไม่ได้แจ้งผลการติดตาม Lead

  • ฝ่ายการตลาดไม่เข้าใจกระบวนการตัดสินใจซื้อ

  • ผู้บริหารให้รางวัลแยกฝ่ายมากเกินไป

  • ไม่มีเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ

ดังนั้น การแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพควรเริ่มจากการปรับระบบ เป้าหมาย ข้อมูล และกระบวนการสื่อสาร มากกว่าการพยายามเปลี่ยนตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว

 

ประโยชน์ของการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย

เมื่อฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายทำงานสอดคล้องกัน องค์กรจะได้รับประโยชน์หลายด้าน ได้แก่

  • ลูกค้าเป้าหมายมีคุณภาพสูงขึ้น

  • ฝ่ายขายติดต่อลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น

  • ลดการสูญเสีย Lead ระหว่างกระบวนการ

  • ใช้งบประมาณการตลาดได้คุ้มค่ามากขึ้น

  • เนื้อหาการตลาดตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น

  • เพิ่มอัตราการปิดการขาย

  • คาดการณ์รายได้ได้แม่นยำขึ้น

  • ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ต่อเนื่อง

  • ลดความตึงเครียดภายในองค์กร

  • ธุรกิจสามารถขยายตัวได้อย่างเป็นระบบ

สรุป

การลดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายไม่ได้หมายถึงการทำให้ทุกคนมีความคิดเห็นเหมือนกัน แต่คือการสร้างระบบที่ช่วยให้ความคิดเห็นที่แตกต่างสามารถนำมาใช้พัฒนาธุรกิจได้อย่างสร้างสรรค์

จุดเริ่มต้นสำคัญคือการกำหนดเป้าหมายร่วมกัน สร้างนิยาม Lead ที่ชัดเจน เชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ CRM วางกระบวนการส่งต่อ Lead และวัดผลจากคุณภาพของลูกค้าและรายได้ที่เกิดขึ้นจริง

เมื่อฝ่ายการตลาดทำหน้าที่มากกว่าการสร้างจำนวน Lead และฝ่ายขายให้ข้อมูลย้อนกลับอย่างเป็นระบบ ทั้งสองฝ่ายจะกลายเป็นทีมสร้างรายได้ที่ทำงานอยู่บนข้อมูลชุดเดียวกัน ลดปัญหาภายใน และร่วมกันผลักดันองค์กรให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

Call to Action

หากองค์กรของคุณกำลังเผชิญปัญหาฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายทำงานไม่สอดคล้องกัน การออกแบบ Marketing & Sales Process ที่เหมาะสมจะช่วยจัดระบบตั้งแต่การสร้าง Lead การส่งต่อข้อมูล การติดตามลูกค้า ไปจนถึงการวัดผลด้านรายได้ ทำให้ทุกฝ่ายทำงานง่ายขึ้น ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างการเติบโตที่มั่นคงให้กับธุรกิจ

Tags:

Marketing and Sales Alignmentการตลาดและฝ่ายขายการทำงานร่วมกันระหว่างแผนกบริหารทีมการตลาดบริหารฝ่ายขายวิธีลดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายเพิ่มยอดขาย
Author

Dewii

Follow Me
Other Articles
Previous

Branding ที่ประยุกต์จากการเผยแผ่พุทธศาสนาอย่างสร้างสรรค์

Next

การตลาดและฝ่ายขายทำงานร่วมกันอย่างไร ให้ยอดขายเติบโตโดยไม่ขัดแย้งกัน

No Comment! Be the first one.

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เกี่ยวกับเว็บนี้

เราเป็น Digital Agency ที่ช่วยธุรกิจ SME และองค์กรขนาดใหญ่ วางแผน ออกแบบ และควบคุมงบประมาณการตลาดดิจิทัลให้คุ้มค่าที่สุด

เราไม่ได้มุ่งแค่เพิ่มยอดขาย แต่ช่วยให้ธุรกิจ ใช้เงินการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเติบโตอย่างเป็นระบบ

ค้นหา

ค้นหาเรา

ที่อยู่
บริษัท สเต็ป-อัพ มาร์เก็ตติ้ง เทคโนโลยี จำกัด
25 อาคารอัลม่า ลิงค์ชั้น 17 ซอยชิดลม ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี
เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

ชั่วโมงทำการ
วันจันทร์—ศุกร์: 8:00–17:00 น.

เกี่ยวกับเว็บนี้

  • เราเป็น Digital Agency ที่ช่วยธุรกิจ SME และองค์กรขนาดใหญ่ วางแผน ออกแบบ และควบคุมงบประมาณการตลาดดิจิทัลให้คุ้มค่าที่สุด
  • เราไม่ได้มุ่งแค่เพิ่มยอดขาย แต่ช่วยให้ธุรกิจ ใช้เงินการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเติบโตอย่างเป็นระบบ

บริษัท สเต็ป-อัพ มาร์เก็ตติ้ง เทคโนโลยี จำกัด 25 อาคารอัลม่า ลิงค์ชั้น 17 ซอยชิดลม ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

StepUp Marketing Technology
จัดการการอนุญาตใช้งาน Cookies

เว็บไซต์ stepupmartech.com มีการใช้งานเทคโนโลยีคุกกี้ หรือ เทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับคุกกี้ บนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษา นโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ก่อนใช้บริการเว็บไซต์ ได้ที่ลิงค์ด้านล่าง

คุกกี้ที่จำเป็น Always active
คุกกี้ที่จำเป็นต่อการใช้งานเว็บไซต์ หากขาดคุกกี้ประเภทนี้ เว็บไซต์จะไม่สามารถใช้งานได้อย่างปกติ
Preferences
The technical storage or access is necessary for the legitimate purpose of storing preferences that are not requested by the subscriber or user.
คุกกี้เก็บสถิติ
The technical storage or access that is used exclusively for statistical purposes. คุกกี้ที่ใช้เก็บสถิติการเข้าใช้บริการเว็บไซต์
คุกกี้ทางการตลาดออนไลน์
คุกกี้ที่ใช้ในการตลาดออนไลน์ ใช้เพื่อนำเสนอข้อมูลทางการตลาดให้เหมาะสมเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น
  • Manage options
  • Manage services
  • Manage {vendor_count} vendors
  • Read more about these purposes
ดูรายละเอียด
  • {title}
  • {title}
  • {title}